บทที่ 9 ตอนที่7 อดีตที่ควรลืม 1

“แล้วคิดว่าข้าไม่เหนื่อยรึ”

“เอาน่า องค์ชาย...” เจินเจินลากเสียงยาว “ข้าก็แค่อยากให้ท่านได้ปลดปล่อยบ้าง”

ประโยคของเจินเจินทำหลี่เซียวเหยาต้องก้มหน้ามองนาง

หญิงสาวยังคงเอ่ยเย้า “เป็นอย่างไร โล่งหรือไม่”

“ไม่!”

“เฮ่อ! ท่านควรปล่อยวาง”

“มันมิใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า”

“ก็ข้าชอบท่าน”

“แต่ข้าไม่ชอบเจ้า”

“แล้วอย่างไร”

“เจ้า!” หลี่เซียวเหยาเอ่ยแค่นั้นพร้อมทำท่าจะโยนเจินเจินลงสระบัวจริงๆ

หญิงสาวรีบเอ่ยอย่างร้อนรน “ยอมแล้ว พอแล้ว ไม่ชอบก็ไม่ชอบ โธ่!”

ชายหนุ่มก้มมองหน้าของหญิงสาวที่ตนโอบอุ้มอยู่แนบอกเพียงนิด ก่อนจะวางร่างนั้นของนางลงบนพื้นดินอย่างแรง

นางบังอาจมาแกล้งเขา เขาแค่อยากเอาคืนบ้าง

แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขามิเคยได้ทำอะไรอย่างนี้มานานแล้ว

ตั้งแต่เกิดเรื่องอัปยศครานั้น เขาที่เป็นถึงองค์ชายจึงรู้สึกได้ว่าถูกหยามเกียรติจนไม่อาจคิดที่อยากจะมีชีวิตอยู่สู้หน้าผู้ใดได้อีก

เขาผู้ที่ไม่คิดจะมีอนุ

เขาผู้ที่รักปักใจเพียงชายาของตน

เหตุใดเขาจึงต้องเจอเรื่องอัปยศเยื่ยงนั้น

มันไม่ยุติธรรม

เขาจึงเก็บตัวเก็บตนกลบฝังตนเองมาโดยตลอด

กลบฝังตนเองจนมิด มิดเสียจนไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้

กลับถูกสตรีร้ายกาจตนนี้ขุดขึ้นมา

“นั่งก่อน ใจเย็นก่อน” เจินเจินที่ถูกโยนทิ้งลงพื้นแต่กลับกลิ้งตัวได้อย่างสวยงามเอ่ยขึ้นกับหลี่เซียวเหยา

ชายหนุ่มจึงหลุดจากภวังค์ของตนก่อนนั่งลงอย่างเสียมิได้ ด้วยเพราะเหน็ดเหนื่อยกับสตรีนางนี้มาครู่ใหญ่

ทั้งสองจึงอยู่ในลักษณะของการนั่งพักเหนื่อยอยู่ริมสระบัว คล้ายสหายพากันนั่งชมทิวทัศน์กระนั้น

บรรายากาศโดยรอบกลับมาเป็นปกติ

แสงแดดทอประกาย สายลมพัดผ่าน ใบไม้ปลิวว่อน

ความเงียบสงบจึงเกิดขึ้น

แต่…

เพียงไม่นาน

“ข้าจะเล่านิทานให้ท่านฟัง ดีหรือไม่” จู่ๆเจินเจินก็เอ่ยขึ้นเนิบๆ ซึ่งแม้ว่าจะไร้ปฏิกิริยาตอบรับหรือปฏิเสธอันใดจากบุรุษผู้หย่อนกายลงนั่งไม่ไกลกัน แต่หญิงสาวก็ยังคงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

“มีสตรีนางหนึ่ง” หญิงสาวเริ่มเรื่องโดยไม่หันไปมองบุรุษผู้ที่นางเองก็ไม่แน่ใจว่าจะฟังหรือไม่ “นางถูกโจรป่าหลายคนช่วยกันรุมขืนใจอย่างไร้ทางต่อสู้”

ประโยคนั้นทำเอาหลี่เซียวเหยาที่ไม่คิดจะฟังกลับต้องชะงักฟังตาปริบๆ แต่ยังคงนั่งนิ่งๆหันหน้ามองออกไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับสตรีเจ้าของประโยค

เสียงเนิบนาบของเจินเจินยังคงเล่าต่อเนื่อง “หลังจากโจรป่าใจทรามพวกนั้นขืนใจสตรีนางนั้นจนครบทุกคนแล้วนั้น ต่อมาสตรีนางนั้นก็ถูกโจรป่าจับมาขายเป็นหญิงคณิกาให้หอนางโลมแห่งหนึ่ง และ...เพียงไม่นาน...ท้องของนางก็เริ่มบวมนูน...ถึงได้รู้ว่าตัวของนางนั้นได้ตั้งครรภ์เสียแล้ว”

หลี่เซียวเหยายิ่งชะงัก แม้จะยังมิได้หันไปทางเจินเจิน

“สตรีนางนั้น” เสียงทุ้มต่ำของเขาที่นั่งอยู่ไม่ห่างจากผู้เล่าเรื่องราวเอ่ยขึ้นเบาๆ 

“เป็นเจ้า...” เขาถามเบาๆตามความคิดสันนิษฐาน

เจินเจินส่ายหน้าเบาๆก่อนเล่าต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งดังเดิม “ข้าเป็นบุตรสาวของสตรีนางนั้น”

คำตอบของหญิงสาวทำเอาชายหนุ่มแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเริ่มตั้งใจฟังน้ำเสียงหวานๆของนางที่ยังคงเล่าเรื่องราวต่อไป

“ข้าเกิดและเติบโตมาในหอนางโลมนั่น เมื่อข้าอายุได้ประมาณห้าขวบข้าได้แอบเห็นบรรดาบุรุษและสตรีทำกิจกรรมแปลกประหลาดบนเตียงนอนอยู่บ่อยครั้งและได้เห็นมาโดยตลอด จนรู้สึกชินชา...”

หญิงสาวทำท่าไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระขณะยังคงเอ่ยต่อ

“พอข้าอายุได้เพียงแปดขวบนั้น...ด้วยความสวยของข้าที่เริ่มปรากฏแก่สายตาก็มีชายแก่ผู้หนึ่งรู้สึกพิศวาสข้าขึ้นมา จึงขอซื้อข้าไปร่วมหลับนอน”

ประโยคนั้นของเจินเจิน ทำหลี่เซียวเหยาใจกระตุก

อีกแล้ว!

“และนั่น ก็เป็นครั้งแรก ที่ข้าได้ฆ่าคน” เจินเจินยังคงเล่าต่อด้วยน้ำเสียงปกติคล้ายกับว่ามิใช่เรื่องใหญ่โตอันใด

“ข้าอาศัยจังหวะตอนที่ชายแก่ผู้นั้นกำลังก้มหน้าก้มตาถอดเสื้อผ้าของมัน ข้าเข้าจู่โจมโดยการจ้วงแทงมันตรงคอด้วยปิ่นปักผมไปหลายครั้งก่อนจะใช้มีดที่ท่านแม่แอบให้ไว้ก่อนเข้าห้องแทงซ้ำเข้าไปไม่ยั้ง”

หญิงสาวหรี่ตาแวววาวพลางเรื่องราวอย่างเอ่ยต่อเนื่อง

“ข้ายังคงจ้วงแทงมันแม้ว่ามันจะสิ้นใจตายไปแล้ว โลหิตสีแดงฉาดของมันกระจุยกระจายจนอาบไปทั่วร่างกายของข้า”

เจินเจินหยุดกระตุกยิ้มมุมปากเพียงนิดก่อนเอ่ยต่อเรื่อยๆดังเดิม “ท่านแม่มักจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโจรป่าและพวกบุรุษที่ชอบเอาเปรียบท่านให้ข้าฟังอยู่เสมอ ท่านแม่มักจะยัดเยียดความแค้นทั้งหลายของท่านมาให้ข้า ข้าจึงทำอย่างนั้นได้ไม่ยากข้าจึงตัดสินใจฆ่าตาแก่นั่น...ได้ไม่ยาก”

“เจ้าฆ่าชายแก่ผู้นั้นแล้ว ไม่เป็นไรรึ ไม่ถูกจับรึ เจ้าแค่แปดขวบเท่านั้น” ชายหนุ่มที่เพียงนั่งฟังนิ่งๆเริ่มสนใจและไต่ถาม

“แน่นอนข้าถูกไล่จับกุม” เจินเจินตอบกลับก่อนหยุดเอ่ยเสียเฉยๆ

หญิงสาวเพียงเหม่อมองออกไปที่ดอกบัวที่อยู่กลางบึงนิ่งๆอยู่อึดใจ

“แล้ว...” หลี่เซียวเหยาเลิกคิ้วคมขึ้นถามแค่นั้น

“ท่านแม่...” หญิงสาวจึงเริ่มเล่าต่อ 

“ท่านแม่ใช้ชีวิตของท่าน เพื่อช่วยข้า” หญิงสาวหลุบตาลงเพียงนิดพลางเอ่ยต่อเนินนาบ

“ท่านสละชีพของท่าน ท่านยอมถูกจับเพื่อให้ข้าได้หนีออกมา”

ความเงียบสงัดจึงก่อตัวและปกคลุมทั้งสองอีกอึดใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป